top
logo

Follow us on    or   


Search

Login



Who's Online

We have 9 guests online

ไอบีเอ็มเตือนองค์กรเตรียมรับความเสี่ยงไม่คาดฝัน Print E-mail
Breaking News
Written by กองบรรณาธิการ   
Thursday, 15 July 2010 09:30

ไอบีเอ็ม เตือนองค์กรธุรกิจทุกขนาด เตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง ทำให้องค์กรสะดุด ชี้พร้อมให้
คำปรึกษาตลอดจนดูแลระบบขององค์กรในยามองค์กรมีความเสี่ยง


นางสาวพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจบริการ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด
กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนเปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้เริ่มมองเห็นความเสี่ยงต่างๆ ที่นับวันจะยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ 
การหยุดชะงักของธุรกิจที่เป็นผลมาจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากหลายหลายสาเหตุ อาทิ ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ 
เหตุการณ์จลาจล สภาพอากาศที่รุนแรง ล้วนส่งผลกระทบต่อความสามารถและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน
ในองค์กร รวมถึงผลประกอบการทางธุรกิจ

 

ด้วยเหตุนี้ ความปลอดภัยและความต่อเนื่องทางธุรกิจจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ในการทำงานของผู้บริหาร 
ที่ต้องการสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจจะสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นไม่ว่าจะต้องเจอเหตุการณ์ใดก็ตาม เป็นที่น่า
เสียดายว่า องค์กรในประเทศไทยยังมีการวางแผนเพื่อรับมือกับภัยพิบัติไม่มากนัก จะเห็นตัวอย่างได้จากความสูญ
เสียทางธุรกิจที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์อันไม่คาดฝันทั้งในและต่างประเทศ อาทิ เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์ภูเขาไฟ
ระเบิดที่ไอซ์แลนด์ไม่นานมานี้  

นอกจากจะผลกระทบต่อประชากรที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นและในทวีปยุโรปแล้ว ประเทศไทยในฐานะผู้ส่งออกรายสำคัญ
ก็ได้รับผลกระทบที่รุนแรงเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เช่น ผู้ผลิตและส่งออกผักผลไม้ไทย
ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เน่าเสียง่ายและพึ่งพาการส่งออกทางเครื่องบินเป็นหลัก ต้องสูญเสียรายได้กว่า 200 ล้านบาท
ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์  

เมื่อโลกเล็กลงและเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น ความเสี่ยงต่างๆก็มีโอกาสเกิดขึ้นกับธุรกิจทุกประเภทมากยิ่งขึ้นด้วย 
ธุรกิจควรพิจารณาและวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง
ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ โดยมี ข้อผิดพลาด 5 ประการที่ธุรกิจควรหลีกเลี่ยงดังต่อไปนี้

1. การผัดวันประกันพรุ่ง เนื่องจากองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ต้องแก้ไข “ปัญหาเฉพาะหน้า” มากมายอยู่ทุกวัน จึงเป็นเรื่อง
ง่ายที่จะผัดวันประกันพรุ่งโครงการสำคัญๆ อย่างเช่นการวางแผนเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและการกู้คืนระบบเมื่อ
เกิดภัยพิบัติ  ผลการศึกษาล่าสุดของไอบีเอ็มเกี่ยวกับบริษัทขนาดกลางกว่า 1,200 แห่งยืนยันประเด็นนี้ โดยเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าความสามารถในการกู้คืนระบบไอทีหลังจากที่เกิดภัยพิบัตินับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่ถึง 25 
เปอร์เซ็นต์เชื่อมั่นว่าองค์กรของตนได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีบริการ รวมถึงเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ราคาประหยัดและมีประสิทธิภาพ ที่สามารถ
ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถเริ่มต้นการวางแผนการกู้คืนระบบเมื่อเกิดภัยพิบัติ  (Disaster Recovery) โดยเริ่มจาก
ขนาดเล็กๆ ระดับพื้นฐาน แล้วค่อยๆ พัฒนาต่อยอดเพิ่มเติมในภายหลัง

2. เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย การวางแผนสร้าง
ความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity) ไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือยที่มีเพียงองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้นที่จะสามารถ
แบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้  ที่จริงแล้วหากปราศจากโครงสร้างสำหรับการรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ 
องค์กรธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางก็ย่อมเสี่ยงต่อการสูญเสียรายได้และชื่อเสียงซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจ 

สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกมองข้ามก็คือ การเข้าถึงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าหากคุณไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ คุณก็ย่อมจะ
ไม่สามารถให้บริการแก่ลูกค้าหรือคู่ค้าของคุณได้เช่นกัน  การติดตั้งระบบจัดเก็บข้อมูลสำรองภายในสถานประกอบการ
หลักนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี  แต่ถ้าคุณจัดเก็บข้อมูลสำรองไว้ในที่ที่ไกลจากสถานประกอบการด้วย เมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ 
ก็ยังคงสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน  หรือการใช้บริการเอาต์ซอร์สรูปแบบใหม่ในด้านการสร้างระบบ
สำรองและกู้คืนข้อมูลนอกสถานที่ ก็จะช่วยสร้างความสบายใจให้แก่บริษัททุกขนาดได้เช่นกัน

3. นี่เป็นเพียง “ปัญหาของฝ่ายไอที” ที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาทางด้านไอทีเท่านั้น หากแต่เป็นปัญหาธุรกิจ
ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานทุกระดับในองค์กร  การปกป้องข้อมูลของคุณและทำให้ระบบของคุณทำงานออนไลน์ได้อีกครั้ง
นับเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง รวมถึง “พนักงาน” ที่ใช้ระบบเหล่านั้นด้วย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดพายุหรือไฟฟ้าดับทั่วทั้ง
เมือง พนักงานจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าควรทำสิ่งใดในสถานการณ์เช่นนั้น  แผนการสร้างความต่อเนื่องของธุรกิจจึงจะต้อง
ครอบคลุมถึงการติดต่อสื่อสารของพนักงาน การทำงานนอกสถานที่ และการจัดลำดับความสำคัญของพนักงานที่จำเป็น
ต้องเข้าถึงระบบธุรกิจหลักเป็นอันดับแรก

4. วางแผนสำหรับ “ภัยธรรมชาติ” เท่านั้น เวลาที่พูดถึงการกู้คืนระบบเมื่อเกิดภัยพิบัติ ผู้คนมักจะนึกถึงภัยธรรมชาติ
ที่เป็นข่าวใหญ่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ที่จริงแล้วแผนการรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจอย่างครบวงจรจะต้องคาด
การณ์เกี่ยวกับภัยคุกคามและอันตรายที่บั่นทอนประสิทธิภาพการทำงาน เช่น สแปม ไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือการโจรกรรม
ข้อมูล เพราะภัยคุกคามเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น บริษัทระดับภูมิภาครายหนึ่งได้รับสแปม
และไวรัสทางอีเมลจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้พนักงานแต่ละคนต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ยวันละ 20 นาทีเพื่อลบสแปมและไวรัส
เหล่านี้ ด้วยการปรับเปลี่ยนอีเมลเซิร์ฟเวอร์และไฟร์วอลล์เพียงเล็กน้อย ผู้ผลิตก็สามารถใช้ประโยชน์จากโซลูชั่นการกรอง
อีเมลซึ่งโฮสต์ไว้นอกสถานที่ ตอนนี้สแปมและอีเมลที่แพร่ไวรัสไม่สามารถเล็ดลอดเข้าสู่เครือข่ายของบริษัทได้อีกต่อไป 
ทำให้บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากชั่วโมงทำงานของพนักงานราว 2,500 ชั่วโมงต่อปีได้อีกครั้ง เป็นต้น

5. ธุรกิจต้องดำเนินการด้วยตนเอง ความจริงแล้วธุรกิจต่างๆ สามารถเริ่มต้นด้วยการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น และหา
พนักงานจัดทำนโยบายสร้างความต่อเนื่องของธุรกิจได้เอง หรืออาจลองเข้าไปประเมินความพร้อมในการสร้างความต่อ
เนื่องของธุรกิจของตนเองอย่างง่ายๆ ภายในเวลา 5 นาที ได้ที่ http://www-07.ibm.com/th/bcr-onlinetest 
(ภาษาไทย) แต่หากต้องการแผนการสร้างความต่อเนื่องของธุรกิจในระดับที่ลงในรายละเอียดมากขึ้นก็อาจติดต่อผู้ให้
บริการด้านที่ปรึกษาในการสร้างความต่อเนื่องของธุรกิจโดยตรง เพื่อให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาและปรับใช้แผนงาน
รวมถึงกระบวนการหรือความสามารถทางด้านไอทีที่ธุรกิจของคุณต้องการ

 

 

CHIP Magazine

สิงหาคม 2553
ปีที่ 9 ฉบับที่ 8
CHIP Cover

Polls

คณชอบเนื้อหาส่วนใดมากที่สุด ?
 

Advertising

VBT_Training_Center

 








bottom
top
bottom

Copyright© 2009-2010 by VBT Communications Co., Ltd. All Right Reserved. (MAP)